บทที่ 3 หย่ากันเถอะ

เพราะคีรินทร์และคริษฐาแทบจะเติมโตมาอย่างเพื่อน อย่างพี่อย่างน้องไม่ได้มาเจอกันในวันนึงและตกหลุมรักกัน คบหาดูใจกัน และแต่งงานกันเหมือนกับคู่แต่งงานคู่อื่น ๆ แต่ทั้งคู่แทบจะอยู่ด้วยกันในเกือบทุกช่วงเวลา บ้านก็อยู่ห่างกันแค่คนละฟากถนน ครอบครัวสนิทสนมเป็นมิตรที่ดีต่อกันมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ พี่น้องต่างเติบโตมาด้วยกันรวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ครอบครัวเดียวเมื่อต้องมาแต่งงานกันสิ่งหนึ่งที่ไม่มีเหมือนกับคู่แต่งงานคู่อื่นก็คือความรัก และไม่รู้ว่าจะเริ่มปลูกต้นรักกันอย่างไรเพราะความสัมพันธ์มันเกินจุด ๆ นั้นไปแล้ว

เพราะไร้ข่าวคราวของคีรีและเมริย่าเพื่อไม่ให้เด็กชายตัวน้อยต้องรู้สึกขาดคริษฐาจึงต้องรับบทแม่และภรรยา คีรินทร์เองก็ต้องรับบทพ่อและสามีเวลาส่วนใหญ่ก็คือการทำหน้าที่พ่อกับแม่ให้กับหนุ่มน้อย ความสัมพันธ์ทางด้านหัวใจของทั้งคู่จึงแทบไม่คืบหน้า...ถ้าไม่มีหนุ่มน้อยคีรกูรก็ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเป็นเช่นไรต่อไป

ดวงตาคู่หวานมองไปยังเด็กชายคีรกูรอีกครั้งก่อนจะถอนใจ...หรืออิสระที่เธอเคยฝันหากำลังจะมาเยือนเธอแล้วจริง ๆ

แล้วตอนนี้เธอต้องการมันหรือไม่? หากตั้งคำถามนี้กับตัวเองในตอนนี้หญิงสาวก็รู้สึกสมองขาวโพลนไปหมด เธอไม่รู้ ไม่สามารถตอบได้ มันสับสนไปหมด

เธอรักคีรินทร์เหรอ? คำถามนี้เธอก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ มันสับสนยิ่งกว่าคำถามที่แล้วเสียอีก เธอไม่รู้ว่ารักคีรินทร์หรือแค่ผูกพัน ไม่รู้ว่าระหว่างกันมันควรเรียกว่ารักหรือผูกพัน...ไม่รู้จริง ๆ

 หลายวันต่อมา

ร่างบางกอดอกมองร่างสูงที่นั่งยอง ๆ ให้ตัวเองอยู่ในระดับสายตาของหนูน้อยผู้เคยเป็นลูกชายมาโดยตลอดด้วยความหมั่นไส้ ปากบอกว่าไม่อยู่3วันแต่เอาเข้าจริงแล้วหายไปเป็นสัปดาห์ กว่าจะกลับมาก็วันที่เด็กชายคีรกูล คีรีและภรรยาจะเดินทางแล้ว

“คิล พ่อคีย์ขอโทษนะที่หายไปหลายวัน กว่าจะโผล่มาก็วันคิลจะไปแล้ว”

“พ่อคีย์ชอบเบี้ยวตลอดนั่นล่ะ คิลชินแล้ว ให้อภัยได้ครับ” เด็กชายคีรกูรเอ่ยกับพ่อบุญธรรมที่เพิ่งจะโผล่มาหลังจากหายไปหลายวันก่อนจะยักไหล่ “คิลรู้นา ความจริงแล้วที่หายไปน่ะ หายไปทำใจใช่มั้ยล่า ต่อไปไม่มีคิลอยู่ด้วยแล้ว พ่อคีย์จะต้องไปแอบไปร้องไห้มาแน่ ๆ เลย”

“ทำเป็นรู้ ลูกผู้ชายเขาไม่ร้องไห้เพราะเรื่องแค่นี้หรอก”

“หึ อย่าให้คิลรู้ก็แล้วกันว่าคิลไม่อยู่แล้วพ่อคีย์ร้องไห้ขี้มูกโป่ง”

“ไม่มีทางหรอกเจ้าหนู” คีรินทร์เอ่ยพลางยกมือยีผมเจ้าหนูน้อยอย่างที่เคยทำมาโดยตลอด รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมก่อนที่ชายหนุ่มจะรวบร่างเล็กเข้ามากอด “ต่อไปไม่มีพ่อคีย์คอยแหย่ แม่เคทคอยปรามแล้ว อย่าดื้อกับพ่อกับแม่นะเจ้าหนู พ่อคีย์รักคิลนะ โทรหาพ่อคีย์กับแม่เคทบ่อย ๆ ด้วยล่ะ”

“ครับ คิลก็รักพ่อคีย์ รักแม่เคท คิลไม่อยู่พ่อคีย์ต้องดูแลแม่เคทดี ๆ นะ”

“ถ้าคิลสัญญาจะเป็นเด็กดีไม่ดื้อ พ่อคีย์ก็สัญญาว่าจะดูแลแม่เคทอย่างดี”

“อือ คิลจะเป็นเด็กดีครับ” หนุ่มน้อยตอบรับก่อนที่สองพ่อลูก (บุญธรรม) จะผละออกจากอ้อมกอดของกันและยกมือขึ้นชนกำปั้นทำสัญญาระหว่างกัน หลังจากทำสัญญาระหว่างลูกผู้ชายหนุ่มน้อยคีรกูลก็ผละไปหาแม่เคทของตน หญิงสาวนั่งลงและกอดลาร่างเล็กที่กำลังจะไปจากอ้อมกอดของเธอไปอยู่กับครอบครัวที่แท้จริงด้วยใบหน้าที่กลั้นความรู้สึกเต็มที่

“แล้วแม่เคทจะไปเยี่ยมนะครับ”

“ฝากความคิดถึงถึงคุณตาด้วยนะมาช่า” ทันทีที่ผละจากร่างเล็กหญิงสาวก็หันไปบอกแก่ญาติผู้น้องและโอบกอดคนเป็นลูกผู้น้องก่อนที่การจากลาจะเกิดขึ้นจริง ๆ ในวินาทีต่อมา

ร่างบางยืนมองจนเครื่องบินที่ทั้งสามคนโดยสารบินห่างไปลับตาจึงได้ตัดใจหันหลังให้ ดวงตาคู่หวานที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตามองใบหน้าคมที่คล้ายกับมีเรื่องครุ่นคิดก่อนจะเช็ดน้ำตาที่ไหลนองหน้า

“เคทนึกว่าคีย์จะร้องไห้ซะอีก อุตส่าห์ปล่อยไปตั้งเยอะนึกว่าจะมีคนร้องไห้เป็นเพื่อน”

“บังเอิญไม่ได้ชอบเป่าปี่”

“เหอะ แล้วนี่เป็นอะไร มีเรื่องที่ต้องกังวลเหรอทำหน้าคิดหนักอยู่ตลอด”

“ก็...นิดหน่อย” เขาตอบก่อนจะยักไหล่ “ช่างเถอะ มันอาจจะไร้สาระไป กลับเถอะ”

คริษฐามองตามแผ่นหลังของคนที่เดินนำออกไปด้วยความแปลกใจ...เขาดูแปลกไปจากเดิม ไม่เหมือนคีรินทร์คนเดิมที่เธอรู้จัก

ร่างสูงก้าวนำร่างบางมาจนถึงลานจอดรถก็หยุดราวกับตัดสินใจในสิ่งที่กำลังคิดอยู่ได้ก่อนจะเอ่ยเรียกโดยไม่หันหน้ามามองคนที่เดินตามหลังมา “เคท”

“อะไร?”

“หย่ากันเถอะ” น้ำเสียงที่ไม่แสดงความรู้สึกเอ่ยออกมาโดนไม่แม้แต่หันมามองคนที่รับฟัง ก่อนจะเอ่ยต่อโดยไม่รีรอให้หญิงสาวได้ตั้งตัว “ไม่มีคิลแล้วไม่มีความจำเป็นต้องฝืนอยู่ด้วยกันอีก”

“คีย์”

“เธอเคยบอกว่าถ้าหมดห่วงเรื่องคิลเธออยากจะทำงานมีชีวิตอิสระไปไหนก็ได้ ทำอะไรก็ได้ไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ก็หมดเรื่องคิลแล้ว ถึงเวลาคืนอิสรภาพแล้ว ไม่คิดแบบนั้นเหรอ?”

คริษฐานนิ่งอึ้งราวกับมีคนเอาค้อนปอนด์มาทุบหัวซ้ำ ๆ เมื่อลองรวบรวมสติและคิดทบทวนกับสิ่งที่ได้ยิน...เขาพูดเรื่องหย่าอย่างนั้นเหรอ?

พูดโดยที่ไม่แสดงความรู้สึกอีกด้วยว่าเป็นการพูดโดยไม่รู้สึกอะไรหรือฝืนพูด...เขาไม่ได้อยากให้เธออยู่ในฐานะภรรยาต่อไปอย่างนั้นใช่มั้ย?

“แรกเริ่มเราแต่งงานกันเพราะคิล ตอนนี้คิลได้กลับไปอยู่กับครอบครัวที่แท้จริงแล้ว เราก็ควรเดินไปตามทางที่แต่ละคนเคยวาดฝันไว้...จริงมั้ย?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป